ปลูกผักไร้ดินอย่างประหยัด

             ร้อนแล้ง...คือภาวะที่อุณหภูมิพุ่งสูงจนฝนฟ้าไม่ตก  ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ หรือคุณภาพเลวจนเป็นทะเลทราย  มนุษย์จะปลูกพืชผักอย่างไร  คำถามนี้.. ในอดีตคงจะมึนตึ้บกัน  แต่ในปัจจุบันมีคำตอบแล้วว่า ปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์  ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ที่ให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวาง  ทั้งที่ทำกันเป็นงานอดิเรก และเป็นอาชีพ

     การปลูกผักไร้ดินในระบบไฮโดรโปนิกส์  Hydro 55-type  สามารถปลูกได้ 2 ลักษณะ  คือ การใช้ระบบปั๊มอากาศ กับไม่ใช่ระบบการปั๊มอากาศ

     ระบบปั๊มอากาศ  ข้อดีนั้นคือ การปลูกง่ายและสะดวก ไม่ต้องเป็นห่วงกังวลเรื่องระบบรากพืชจะขาดออกซิเจน  (หากรากขาดออกซิเจน จะทำให้เกิดอาการใบเหลือง และผลร่วง) พืชที่เหมาะสมกับระบบนี้ ได้แก่ มะเขือเทศ แตงต่าง ๆ และผักกินใบทุกชนิด ....แต่ใช้เงินทุนสูง

     กับการไม่ใช้ระบบปั๊มอากาศ ที่ผู้ปลูกผักจะต้องมีความรู้ความชำนาญ ในการปรับหรือลดระดับสารละลายของธาตุอาหารที่ใช้ในการเลี้ยงรากพืช  ตามขนาดของพืชที่ปลูก ผักที่เหมาะสมในการปลูกระบบนี้คือ คึ่นช่าย ผักบุ้งจีน ....ใช้เงินทุนถูกกว่าระบบแรก

     การปลูกพืชแบบในระบบไฮโดรโปนิกส์ จึงเป็นการยุ่งยากและต้องลงทุนสูง

     น.ส.มะลิวัลย์ ธนะสมบัติ  จากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร และอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และทีมงาน  จึงได้คิดค้นและพัฒนา  ชุดปลูกผักไร้ดินในระบบไฮโดรโปนิกส์ ... เพื่อให้เกษตรกร หรือประชาชนทั่วไป สามารถซื้อได้ในราคาประหยัดและสะดวก ในการจัดวางบริเวณที่พักอาศัย  สามารถดูแลได้โดยง่าย

     ซึ่ง นักวิจัยสาว บอกว่า... ชุดปลูกพืชไร้ดินในระบบไฮโดรโปนิกส์ Hydro 55-type  ที่สร้างขึ้นมานี้  สามารถปลูกผักได้จำนวน 55 ต้นต่อรอบการเก็บเกี่ยว  ต้นทุนรวมอยู่ที่ 3,000 บาท  ซึ่งถูกกว่าชุดปลูกพืทชไร้ดินที่มีอยู้แล้วทั่วไปตามท้องตลาด

     ทั้งนี้  เนื่องจากว่าวัสดุที่นำมาทำรางในการวางระบบน้ำ หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป  รวมทั้งสารละลายธาตุอาหาร ที่ใช้ในการปลูกพืชในระบบไร้ดิน ในระบบไฮโดรโปนิกส์ Hydro 55-type  มีปริมาณความเข้มข้นของสารละลายธาตุอาหาร ให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด

     และที่สำคัญอย่างยิ่ง ใช้น้ำไม่มากนัก  ห้วงเวลานี้เข้าสู่ภาวะภัยแล้ง ก็เข้าข่ายเป็นการประหยัดน้ำได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  รวมถึงการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น ความเข้มของแสง ความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ หรือการ                     ควบคุมดูแลในเรื่องโรคและแมลง ที่จะมารบกวนผลผลิต  โดยสามารถจัดการปัจจัยต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์ และถูกต้องมากที่สุด  ส่งผลให้ต้นพืชเจริญงอกงามและให้ผลผลิตที่ดี

     ในส่วนรวม  ภาพรวมของชุดปลูกพืชไร้ดินในระบบไฮโดรโปนิกส์ Hydro 55-type  มีข้อดี คือ สามารถปลูกพืชได้ทุกพื้นที่ เช่น บนหลังคาตึก ระเบียงบ้าน หรือจะนำไปปลูกในห้องนอนก็สามารถทำได้  เพราะใช้เนื้อที่เพียงเล็กน้อย รวมทั้งใช้เวลาเก็บเกี่ยวสั้น โรคพืชและแมลง เกิดน้อยมาก และที่สำคัญประหยัดแรงงาน

     น.ส.มะลิวัลย์ ธนะสมบัติ กล่าวอีกว่า การปลูกนี้ถือว่า ....ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง เช่น ต้นทุนการติดตั้งระบบครั้งแรกค่อนข้างสูง  ผู้ปลูกต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องมีความรู้และความเข้าใจ การจัดการเกี่ยวกับการปลูกในระบบนี้  หากไม่เข้าใจหรือปลูกแบบปล่อยทิ้ง  เมื่อเกิดโรคพืชและแมลง ระบาดจะรวดเร็วและควบคุมได้ยาก

     แต่ชุดปลูกผักไร้ดินนี้ถือว่า เป็นนวัตกรรม ให้แก่ผู้ที่รักสุขภาพ และสร้างความทสนุกสนานให้กับชีวิตคนเมือง  ที่จะทดลองปลูกพืชผักไว้บริโภค ด้วยความภาคภูมิใจแก่ตนเอง

     ผู้สนใจสามารารถติดต่อได้ที่ หน่วยปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพเพื่ออุตสาหกรรม ฝ่ายนาโนเทคโนโลยีและเทคโนโลยีชีวภาพ สถาบันค้นคว้า และพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร และอุตสาหกรรมการเกษตร  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือที่ 0-2942-8600-3  ในเวลาราชการ

 

 

             ที่มา : คอลัมน์ "ทำได้ไม่จน"  โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน  นสพ. ไทยรัฐ ฉบับวันศุกร์ที่ 6เมษายน 2550

 

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร
เลขที่ 101  ถนนกำแพงเพชร  แขวงจตุจักร  เขตจตุจักร  กรุงเทพมหานคร  รหัสไปรษณีย์ 10900
โทรศัพท์ 0-2279-2080-9 , E-mail = mofmart@mof.or.th