ถั่วเหลือง

พันธุ์ที่แนะนำให้ปลูกมีหลายพันธุ์ ได้แก่
สจ. 2 ลำต้นไม่ทอดยอด ต้นไม่ล้ม เจริญเติบโตได้ดี และให้ผลผลิตสูงในปลายฤดูฝนและฤดูแล้ง ฝักไม่แตกง่าย อายุเก็บเกี่ยว 95 วัน ไม่ต้านทานโรคราสนิม ตาเมล็ดสีน้ำตาลแดง (ชาวบ้านเรียกพันธุ์ตาแดง)

สจ. 4 ให้ผลผลิตสูงกว่า สจ.2 คุณภาพของเมล็ดดี ปลูกได้ผลดีทั้งฤดูแล้งและฤดูฝน ต้านทานต่อโรคราสนิม อายุเก็บเกี่ยว 99 วัน ตาเมล็ดสีน้ำตาลอ่อน

สจ. 5 ทนทานต่อโรคราสนิม และโรคใบด่างดีกว่า สจ. 4 ผลผลิตในฤดูแล้งดีกว่า สจ. 4 แต่ในฤดูฝนให้ผลผลิตใกล้เคียงกัน อายุเก็บเกี่ยว 98 วัน ตาเมล็ดสีน้ำตาลอ่อน เป็นที่ต้องการของตลาด

เชียงใหม่ 60 ทนทานต่อโรคราสนิมได้ดีกว่า สจ. 4และ สจ. 5 เป็นพันธุ์ที่มีกิ่งน้อย แต่ในจำนวนฝักมาก สามารถเพิ่มจำนวนต้นต่อไร่ได้อีกและผลผลิตจะเพิ่มสูงขึ้นด้วย ตอบสนองต่อปุ๋ยอัตราต่ำได้ดีกว่า สจ. 5 ปลูกได้ทั้งฤดูแล้งและฤดูฝน โดยให้ผลผลิตใกล้เคียงกับ สจ.4 และ สจ. 5 อายุเก็บเกี่ยว 97 วัน

นครสวรรค์ 1 (โอซีบี) เป็นพันธุ์อายุสั้นประมาณ 75 วัน เมล็ดโตกว่าทุกพันธุ์ที่กล่าวมา ตาเมล็ดสีเหลืองอ่อน เป็นที่ต้องการของตลาด แต่ต้องหลีกเลี่ยงการปลูกในแหล่งที่มีโรคราสนิมราน้ำค้างและแอนแทรกโนสเหมาะสำหรับ ปลูกในฤดูฝนในเขตภาค กลางก่อน หรือตามหลังพืชไร่อื่นๆ แต่สามารถปลูกได้ทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง

สุโขทัย 1 เป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกในภาคเหนือตอนล่าง เช่น สุโขทัย กำแพงเพชร เป็นต้น ให้ผลผลิตสูงเมื่อปลูกในฤดูฝน อายุเก็บเกี่ยว 96 วัน ตาเมล็ดสีเหลืองฟางข้าว เป็นพันธุ์ที่เกิดโรคเมล็ดสีม่วงค่อนข้างมากกว่าพันธุ์อื่นๆ แต่ต้านทานต่อโรคใบด่างและใบจุดนูน (ชาวบ้านเรียกว่าพันธุ์ผักบุ้งเพราะมีใบคล้ายผักบุ้ง และต้นทอดยอด)

แหล่งผลิต
แหล่งผลิตถั่วเหลืองในปัจจุบันได้กระจายไปทุกภาคของประเทศไทย จากการพยากรณ์โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2544/45 พบว่า ภาคเหนือมีพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองมากที่สุด คือ 1,030,549 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 69.66 รองลงมา ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ 17.31 , 11.73 และ 1.3 ตามลำดับ

ฤดูการผลิต
1. ถั่วเหลืองต้นฤดูฝน
เกษตรกรจะเพาะปลูกถั่วเหลืองในสภาพพื้นที่ไร่ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม และจะเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม การปลูกถั่วเหลืองของเกษตรกรในช่วงดังกล่าวจะมีพื้นที่ปลูกประมาณร้อยละ 29 ของพื้นที่ปลูกตลอดปี ผลผลิตคิดเป็นร้อยละ 28 ของผลผลิตทั้งปี ผลผลิตถั่วเหลืองที่ได้จากการปลูกถั่วเหลืองในช่วงต้นฤดูฝนมักมีคุณภาพต่ำ ความชื้นสูง เนื่องจากเก็บเกี่ยวในช่วงที่มีฝนตกชุก ผลผลิตส่วนใหญ่จึงเข้าสู่โรงงานสกัดน้ำมัน จังหวัดที่ปลูกถั่วเหลืองในช่วงดังกล่าว ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง เช่น สุโขทัย, ตาก, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, กำแพงเพชร เป็นต้น

2. ถั่วเหลืองปลายฤดูฝน
เกษตรกรจะเพาะปลูกถั่วเหลือง ในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม และจะเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน ซึ่งมีพื้นที่ปลูกประมาณร้อยละ 22.5 ของพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองทั้งปี ผลผลิตคิดเป็นร้อยละ 20 ของผลผลิตทั้งปี โดยปลูกในสภาพพื้นที่ไร่ตามพืชต้นฤดูฝน เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียวผิวมัน เป็นต้น ถั่วเหลืองที่ผลิตได้ในช่วงนี้คุณภาพดีเพราะจะเก็บเกี่ยวในช่วงที่หมดฝน ผลผลิตที่ได้จะใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ของการปลูกถั่วเหลืองในฤดูแล้งของเกษตรกร หากปีใดผลผลิตถั่วเหลืองปลายฤดูฝนได้รับความเสียหาย เนื่องจากภัยธรรมชาติ ผลผลิตมีคุณภาพต่ำ มีผลทำให้การผลิตถั่วเหลืองฤดูแล้งของเกษตรกรมีแนวโน้มลดลง และมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เนื่องจากขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ปลูก เมล็ดพันธุ์มีราคาแพง และเกษตรกรจำเป็นต้องใช้เมล็ดพันธุ์ต่อไร่ในอัตราสูง จังหวัดที่ปลูกถั่วเหลืองในช่วงดังกล่าวมาก ได้แก่ สระแก้ว, ลพบุรี, อุทัยธานี, นครสวรรค์ เป็นต้น

3. ถั่วเหลืองฤดูแล้ง
เกษตรกรจะเพาะปลูกถั่วเหลืองในนาหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในเขตชลประทาน ประมาณเดือนธันวาคม - มกราคม และเก็บเกี่ยวประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน ถั่วเหลืองที่ผลิตได้จะมีคุณภาพดีเหมาะสำหรับนำไปใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ และบริโภคในรูปของเต้าหู้ เต้าเจี้ยว ซีอิ้ว และน้ำนมถั่วเหลือง พื้นที่ปลูกถั่วเหลืองฤดูแล้งจะมีประมาณร้อยละ 48.5 ของพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองทั้งปี และมีผลผลิตประมาณร้อยละ 52 ของผลผลิตทั้งปี จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่ , กำแพงเพชร , สุโขทัย , ชัยภูมิ , พิษณุโลก , ขอนแก่น เป็นต้น

กรรมวิธีการปลูก
การปลูก ปลูกได้ทั้งในสภาพดินที่มีการไถพรวนและไม่ไถพรวน แต่ต้องมีการระบายน้ำได้ดี และให้น้ำสม่ำเสมอ สำหรับสภาพพื้นที่ที่ไม่ได้ไถพรวนส่วนใหญ่ จะปลูกในฤดูแล้งหลังนาปี

1. การเตรียมดินปลูก ควรปรับดินให้สม่ำเสมอ โดยไถดิน 2 ครั้ง ไถลึก 15 - 20 เซนติเมตร
ตากดินไว้ 1 - 2 สัปดาห์ แล้วไถพรวน 1 - 2 ครั้ง ( ขึ้นอยู่กับสภาพดิน ) ปรับระดับหน้าดินใหม่สม่ำเสมอไม่ให้มีน้ำขัง และมีการขุดร่องโดยรอบแปลงเพื่อระบายน้ำได้สะดวก

2. การเตรียมเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูก โดยทำการทดสอบความงอกของเมล็ด และคลุกเชื้อไรโซเบียมก่อนปลูก โดยใช้อัตราเชื้อไรโซเบียม 200 กรัมต่อเมล็ดถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม

3. วิธีการปลูก วิธีการปลูกนั้นอาจปลูกเป็นหลุม โดยมีระยะปลูกระหว่างแถว x ระหว่างหลุม เป็น 50 x 20 , 25 x 25 , 30 x 20 เซนติเมตร หลุมละ 4 ต้น หรือโรยเป็นแถว โดยมีระยะระหว่างแถว ประมาณ 25 - 50 เซนติเมตร ให้มีจำนวนต้นประมาณ 20 ต้น ต่อความยาวของแถวประมาณ 1 เมตร อัตราเมล็ดพันธุ์ที่ใช้ 12 - 25 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปลูกโดยวิธีหว่าน โดยใช้เมล็ดพันธุ์ 15 - 20 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งนิยมปลูกในฤดูแล้ง ก่อนปลูกควรคลุกเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองด้วยเชื้อไรโซเบียม (เป็นเชื้อจุลินทรีย์ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความสามารถในการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ ไปเป็นสารประกอบไนโตรเจน ซึ่งเป็นปุ๋ยแก่ต้นถั่วเหลือง) เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยลง นอกจากนี้ยังปลูกโดยโรยเป็นแถว โดยใช้เครื่องหยอด ซึ่งมีทั้งชนิดที่ใช้กับการเตรียมดิน  โดยการไถพรวนและไม่ไถพรวน ควรใช้ระยะระหว่างแถวประมาณ 30 เซนติเมตร ให้มีจำนวนต้นประมาณ 20 ตันต่อระยะแถวยาวประมาณ 1 เมตร การใช้ระยะระหว่างแถว 30 เซนติเมตร จะสัมพันธ์กับการใช้เครื่องเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองแบบวางรายอย่างมีประสิทธิภาพ

การป้องกันกำจัดโรคพืช
โรคถั่วเหลืองที่สำคัญ คือ โรคราสนิม โรคแอนแทรกโนส การป้องกันกำจัดโรค ถั่วเหลืองควรป้องกันโดย
1. ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ต้านทานโรค เช่น พันธุ์ สจ.5, สจ.4 เป็นต้น
2. ปลูกพืชหมุนเวียน
3. ถ้าระบาดรุนแรงควรใช้สารเคมี ไดเทนเอ็ม - 45 แมนเสทดี ฉีดพ่นประมาณ 3 ครั้ง โดยพ่น
ครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 40 วัน และพ่นอีก 1 - 2 ครั้ง ตามความจำเป็น

การป้องกันกำจัดวัชพืช
การป้องกันกำจัดวัชพืชสามารถกระทำได้ 2 วิธี คือ
1. วิธีกล โดยใช้แรงงานคน สัตว์ ทำการถากถางไถพรวนกำจัดวัชพืช 1 - 2 ครั้ง ในระยะที่ต้นถั่วเหลืองอายุไม่เกิน 30 วัน
2. ใช้สารเคมี โดยพ่นสารเคมีหลังปลูกทันทีหรือหลังปลูก 1 - 2 วัน ก่อนที่วัชพืชงอก สารเคมีที่ใช้ให้ผลดี ได้แก่ ดูอัลชนิดน้ำ 40 % แลสโซ่ชนิดน้ำ 43.7 %

การเก็บเกี่ยว
การเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ควรมีการปฏิบัติที่ถูกต้องตั้งแต่การเก็บเกี่ยว ตาก ย้าย นวด ฯลฯ เพราะจะช่วยลดการสูญเสียเนื่องจากการปฏิบัติ วิธีการเก็บเกี่ยว อาจเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองตามอายุ และสังเกตสีของฝักโดยการตัดที่โคนต้น และนำมามัดรวมกันเป็นฟ่อน ตั้งเป็นกองทิ้งไว้โดยเอาโคนลงดิน จนกระทั่งใบร่วงประมาณ 5 - 7 วันก่อนนวด

การใช้ประโยชน์
ถั่วเหลืองสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนกล่าวคือ
1. ส่วนต่าง ๆ ของถั่วเหลือง คือ ใบ ลำต้น เปลือกเมื่อเก็บเกี่ยวและนวดเรียบร้อยแล้ว และไถกลบลงสู่ดินรวมทั้งปมที่ตกค้างในดินจะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ดีที่สุด ในส่วนของเปลือกถั่วเหลืองนำมากองรวมกันใช้เพาะเห็ดที่เรียกว่า " เห็ดถั่วเหลือง " นำมาทำอาหารรับประทานได้
2. เมล็ดของถั่วเหลืองนำมาใช้เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยเมล็ด ถั่วเหลืองจะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาหารมนุษย์และสัตว์

สถานการณ์
ถั่วเหลืองเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมภายในประเทศหลายชนิด ในอดีตที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายเร่งรัดการผลิตถั่วเหลืองให้เพียงพอใช้ในประเทศ โดยดำเนินการเร่งรัดการผลิตควบคู่กับการกำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้าเมล็ด ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ความคุ้มครองเกษตรกรผู้ผลิตถั่วเหลือง ส่งผลให้ปริมาณ ผลผลิตถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศ โดยเฉพาะช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 (ปี 2525 - 2529) อัตราการเจริญเติบโตของพื้นที่เพาะปลูก และผลผลิตถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 23 และร้อยละ 33 ตามลำดับต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2533 ให้ยกเลิกมาตรการควบคุม การนำเข้ากาก ถั่วเหลืองเป็นนำเข้าโดยเสรี และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษจากผู้นำเข้าในอัตราตามสถานการณ์การผลิตและ การตลาดซึ่งการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวส่งผลกระทบทำให้ราคาถั่วเหลืองที่ เกษตรกรขายได้ลดต่ำลงจากราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 12 – 8.84 บาทในปี 2530/31 - 2531/32 ลดลง อยู่ในช่วงระดับราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 7.32 - 7.81 บาทในช่วงปี 2533/34 - 2535/36 แม้ว่าภาวะการผลิตจะผกผัน ปริมาณผลผลิตจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ในขณะที่พืชแข่งขันอื่น เช่น ข้าวนาปรัง ถั่วเขียว ข้าวโพด เป็นต้น มีแนวโน้มราคาสูงขึ้น ประกอบกับเกษตรกรมักประสบปัญหาภัยธรรมชาติ เช่น ฝนแล้ง น้ำท่วมอยู่เสมอ ทำให้เกษตรกรขาดแรงจูงใจในการผลิตถั่วเหลือง จึงหันไปปลูกพืชอื่นทดแทน เป็นสาเหตุให้พื้นที่และผลผลิตถั่วเหลืองมีแนวโน้มลดลง โดยผลผลิตถั่วเหลืองลดลงจาก 6.72 แสนตัน ในปี 2532/33 เป็น 5.30 แสนตัน ในปี 2533/34 และเป็น 4.3 แสนตัน ในปี 2534/35 และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5.27 แสนตัน ในปี 2537/38 และลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือเพียง 3.24 แสนตันในปี 2543/44 สืบเนื่องจากปี 2538 โดยต้องปฏิบัติตามข้อตกลงขององค์กรการค้าโลก (WTO) ว่าด้วยการเปิดตลาดให้นำเข้าสินค้าเกษตรที่เคยเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้า ถั่วเหลือง เป็นสินค้าที่ต้องเปิดตลาดให้นำเข้าด้วย ส่งผลให้ราคาถั่วเหลืองภายในประเทศต่ำลงเนื่องจากราคาถั่วเหลืองนำเข้ามีราคาถูกกว่าถั่วเหลืองที่ผลิตภายในประเทศ ต่อมาในปี 2539 รัฐมีนโยบายให้นำเข้าถั่วเหลืองรวมทั้งกากถั่วเหลืองได้โดยเสรี ไม่จำกัดปริมาณและช่วงเวลานำเข้าพร้อมทั้งมีมาตรการคุ้มครองผู้ผลิตภายในประเทศด้านการให้ผู้มีสิทธิ์นำเข้าถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองต้องรับซื้อผลผลิตภายในประเทศในราคาขั้นต่ำที่กำหนด ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นจาก 425,000 ตัน ในปี 538/39 เป็น 1,300,000 ตัน ในปี 2543/44 และคาดว่าความต้องการใช้เมล็ดถั่วเหลืองภายในประเทศในปี 2544 จะไม่ต่ำกว่า 1,800,000 ตัน

 

ตลาดถั่วเหลือง

 

1. ตลาดส่งออก 

 

 

Imported Inedible Soybeans 2006

 

Imported Inedible Soybeans 2005

Imported Inedible Soybeans 2004

Imported Inedible Soybeans 2003

Imported Inedible Soybeans 2002

Imported Inedible Soybeans 2001

Imported Inedible Soybeans 2000

Imported Inedible Soybeans 1999

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ปริมาณและมูลค่าการส่งออกรายเดือน

 

 

2. ตลาดภายในประเทศ

 

 

ราคาเมล็ดถั่วเหลือง ปี 2545 - 2548

ราคาเมล็ดถั่วเหลือง ปี 2546 - 2547

ราคาเมล็ดถั่วเหลือง ปี 2541 - 2545

ผู้รับซื้อ เกณฑ์มาตรฐาน และราคารับซื้อ ปี 2548

 

ราคาสินค้าเกษตรประจำวัน

ปริมาณและมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรรายเดือน

ราคาสินค้าเกษตร ณ ตลาดไท

ราคาสินค้าเกษตร ณ ตลาดสี่มุมเมือง

 

3. ความรู้เกี่ยวกับถั่วเหลือง

 

ประวัติ

ความสำคัญของถั่วเหลือง

องค์ประกอบที่สำคัญของเมล็ดถั่วเหลือง

ยุทธศาสตร์ถั่วเหลือง

การผลิตการตลาด

- เนื้อที่เก็บเกี่ยว ผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ของประเทศผู้ผลิตสำคัญ ปี 2545-2547 (ส.ศก.)

- เนื้อที่ ผลผลิต ผลผลิตต่อไร ราคาและมูลค่าของผลผลืตตามราคาที่เกษตรกรขายได้ ปี 2538-2547 (ส.ศก.)

- เนื้อที่ ผลผลิต ผลผลิตต่อไรเป็นรายภาค ปี 2545-2547 (ส.ศก.)

- เนื้อที่ ผลผลิต ผลผลิตต่อไรเป็นรายจังหวัด ปี 2545-2547 (ส.ศก.)

- ปริมาณ & มูลค่านำเข้ากากถั่วเหลือง และกากถั่วเหลืองของไทยรายประเทศ ปี 2548

พันธุ์

การปลูกและการดูแลรักษาถั่วเหลือง

การจัดการดิน ปุ๋ย และไรโซเบียมสำหรับถั่วเหลือง

การจัดการน้ำสำหรับถั่วเหลือง

การป้องกันกำจัดวัชพืชในแปลงถั่วเหลือง

การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวถั่วเหลือง

โรคถั่วเหลือง

- โรคใบจุดนูน ( Bacterial pastule )

- โรคราสนิม ( Soybean rust )

- โรคเน่าดำ ( Charcoal rot )

- โรคแอนแทรคโนส ( Anthracnose )

- โรคใบจุดวง ( Target spot )

- โรคเมล็ดสีม่วง ( Purple seed stain )

- โรคราน้ำค้าง ( Downy mildew )

- โรคใบยอดย่น ( Crinkle leaf virus )

- โรคใบด่าง ( Soybean mosaic virus )

- โรครากเน่า และเน่าคอดิน ( Damping off , Root rot )

- โรคใบติด ( Wet rot / Web blight )

- โรคใบจุดที่เกิดจากเชื้อราสาเหตุต่าง ๆ

แมลงศัตรูถั่วเหลือง

- หนอนแมลงวันเจาะลำต้นถั่ว ( Bean fly )

- แมลงหวี่ขาว ( White fly )

- มวนเขียวข้าว ( Green stink bug )

- มวนถั่วเหลือง ( Bean bug )

- เพลี้ยอ่อนถั่วเหลือง ( Soybean aphids )

- มวนถั่ว หรือมวนถั่วเขียว ( One band stink bug )

- เพลี้ยจักจั่น ( Leafhopper )

- หนอนเจาะผักถั่ว ( Pea pod borer )

- หนอนเจาะสมดฝ้าย ( Cotton bollworm )

- หนอนกระทูกผัก ( Common cutworm )

- หนอนม้วนใบ ( Leafroller )

การจัดการหนูศัตรูถั่วเหลือง

มาตรฐานสินค้า

เครื่องจักรกลการเกษตร

- เครื่องหยอดเมล็ดพืชแบบล้อเอียง 2 วงหยอด

- เครื่องคัดขนาดทำความสะอาดเมล็ดถั่วเหลือง

- เครื่องเกี่ยวถั่วเหลืองแบบวางราย

- เครื่องเกี่ยวนวดถั่วเหลืองพ่วงต่อรถแทรกเตอร์

- เครื่องกำจัดวัชพืชแบบ กวศ.-1

การแปรรูปและการใช้ประโยชน์จากถั่วเหลือง

เทคโนโลยีการผลิต ถั่วเหลืองฝักสด เพื่อการส่งออก

- การวางแผนการผลิต

- การเลือกพันธุ์

- การเกษตรกรรม และการดูแลรักษา

- โรคที่สำคัญ

- แมลงศัตรูที่สำคัญ

- การป้องกันกำจัดวัชพืช

- การเก็บเกี่ยว

- วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว

- สรุปแผนการปฏิบัติงาน การใช้ชุดเทคโนโลยี่การผลิตถั่วเหลืองฝักสด เพื่อการส่งออก

4. พันธุ์ถั่วเหลือง

 

 

 

5. มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร

มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร

 

 

6. งานวิจัย

 

7. งานวิเคราะห์

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ถาวะเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2549 และแนวโน้มปี 2550

 

 

8. ข้อมูลการเกษตร

 

สถานการณ์เมล็ดถั่วเหลืองโลก ปี 2549

สถานการณ์เมล็ดถั่วเหลืองโลก ปี 2548

สถานการณ์เมล็ดถั่วเหลืองโลก ปี 2547

สถานการณ์เมล็ดถั่วเหลืองโลก ปี 2546

สถานการณ์เมล็ดถั่วเหลืองโลก ปี 2545

สถานการณ์และนโยบายเมล็ดถั่วเหลืองไทย ปี 2549

สถานการณ์เมล็ดถั่วเหลืองไทย ปี 2548

สถานการณ์เมล็ดถั่วเหลืองไทย ปี 2547

สถานการณ์เมล็ดถั่วเหลืองไทย ปี 2546

สถานการณ์เมล็ดถั่วเหลืองไทย ปี 2545

ผลผลิต ผลผลิต/ไร่ รายจังหวัด ปี 2549/50

พื้นที่เพาะปลูก รายจังหวัด ปี 2549/50

พื้นที่เพาะปลูก ผลผลิต ผลผลิต/ไร่ ปี 2531/32 - 2548/49

พื้นที่เพาะปลูก ผลผลิต ผลผลิต/ไร่ และต้นทุนการผลิต ปี 2531/32 - 2545/46

พื้นที่เพาะปลูก ผลผลิต ผลผลิต/ไร่ รายจังหวัด ปี 2545/46

ประเด็นเทคโนโลยีที่ควรถ่ายทอด ถั่วเหลืองฝักสด / ถั่วเหลือง

สำนักงานเศรษฐกิจกาดรเกษตร

ผลพยากรณ์การผลิตถั่วเหลือง ปี 2551

กันยายน 2551 / ตาราง

 

9. แผนที่

สำนักงานเศรษฐกิจกาดรเกษตร

แสดงพื้นที่เพาะปลูก ปี 2546

แผนที่ทางภูมิศาสตร์

ปริมาณน้ำฝน / การชลประทาน / การคมนาคม / ลุ่มน้ำ

แผนที่ทางกายภาพ

แสดงเส้นทางคมนาคม 

แผนที่แสดงปริมาณน้ำฝน เฉลี่ย 39 ปี ของประเทศไทย

แผนที่จำแนกเขตการใช้ประโยชน์ทรัพยากรและที่ดินป่าไม้ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

แผนที่แสดงความสูงของพื้นที่

แผนที่แสดงพื้นที่เขตชลประทาน

แผนที่การใช้ที่ดินของประเทศไทย ปี 2537 จากข้อมูลดาวเทียม LANDSAT

แผนที่ลุ่มน้ำหลักในประเทศไทย

แผนที่แสดงชุดดินในประเทศไทย

แผนที่แสดงเขตการปกครองประเทศไทย

 

10. ประโยชน์

 

nike free run



พืชไร่

พืชไร่เป็นไม้ประเภทไม้ล้มลุกและไม้ทนแล้ง ต้องการน้ำน้อย มีอายุการปลูกและการเก็บเกี่ยวไม่นาน และเมื่อให้ผลผลิตแล้วลำต้นก็จะตาย พืชไร่ถือเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรของประเทศไทย พืชไร่ที่จัดเป็นพืชเศรษฐกิจนำรายได้มาสู่ประเทศไทยอย่างมาก เช่น อ้อย เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำตาลทราย ข้าวโพด เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์ มันสำปะหลัง เป็นวัตถุดิบในการผลิตแป้งและอาหารสัตว์ เป็นต้น