ข้าวโพด

ข้าวโพดเป็นพืชจำพวกหญ้า มีลำต้นตั้งตรงแข็งแรง เนื้อภายในฟ่ามคล้ายฟองน้ำสูงประมาณ 1.4 เมตร ใบ จะเป็นเส้นตรงปลายแหลม ยาวประมาณ 30-100 ซม. เส้นกลางของใบจะเห็นได้ชัด ตรงขอบใบมีขนอ่อนๆ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ในต้นเดียวกัน ช่อดอกตัวผู้อยู่ส่วนยอดของลำต้น ช่อดอกตัวเมียอยู่ต่ำลงมาอยู่ระหว่างกาบของใบ และลำต้นฝักเกิดจากดอกตัวเมียที่เจริญเติบโตแล้ว ฝักอ่อนจะมีสีเขียว พอแก่เป็นสีนวล

ชนิดของข้าวโพด
โดยทั่วไปข้าวโพดจัดออกเป็น 5 กลุ่ม คือ
1. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือข้าวโพดไร่ (Field Corn) ที่รู้จักในปัจจุบันเช่นข้าวโพดหัวบุ๋ม (Dent Coorn) และข้าวโพดหัวแข็ง (Fint Corn) ซึ่งเป็นการเรียกตามลักษณะเมล็ดข้าวโพดหัวบุ๋มหรือหัวบุบ ข้าวโพดชนิดนี้เมื่อเมล็ดแห้งแล้วตรงส่วนหัวบนสุดจะมีรอยบุ๋มลงไป ซึ่งเป็นส่วนของแป้งสีขาว ข้าวโพดชนิดนี้สำคัญมากและนิยมปลูกกันมากใน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะทางแถบคอร์นเบลท์ สีของเมล็ดมีตั้งแต่ขาวไปจนถึงเหลือง เนื่องจากมีหลายสายพันธุมีโปรตีนน้อย กว่าพวกข้าวโพดหัวแข็ง ข้าวโพดหัวแข็ง ข้าวโพดพันธุ์นี้ส่วนขนสุดของเมล็ดมักมีสีเหลืองจัดและเมื่อแห้งจะแข็งมาก ภายในเมล็ดมีสารที่ทำให้ข้าวโพดมีสีเหลืองจัดเป็นสารให้สีที่ชื่อ คริปโตแซนทีน (Cruptoxanthin) สารนี้เมื่อสัตว์ได้รับร่างกายสัตว์จะเปลี่ยนสารนี้ให้เป็นไวตามินเอ นอกจากนี้สารนี้ยังช่วยให้ไข่แดงมีสีแดงเข้ม ช่วยให้ไก่มีผิวหนัง ปาก เนื้อ และแข้งมีสีเหลืองเข้มขึ้น เป็นที่นิยมของตลาดโดยเฉพาะแถบอเมริกาส่วนอังกฤษนั้นนิยมใช้ข้าวโพดขาว
   
2. ข้าวโพดหวาน (Sweet Corn) เป็นข้าวโพดที่คนใช้รับประทาน ไม่มีการแปรรูป เมล็ดมักจะใสและเหี่ยวเมื่อแก่เต็มที่ เพราะมีน้ำตาลมาก ก่อนที่จะสุกจะมีรสหวานมากกว่าชนิดอื่น ๆ จึงเรียกข้าวโพดหวาน มีหลายสายพันธุ์

3. ข้าวโพดคั่ว (Pop Corn) เป็นข้าวโพดที่คนใช้รับประทาน ไม่มีการแปรรูป เมล็ดค่อนข้างแข็ง สีดีและขนาดแตกต่างกัน สำหรับต่างประเทศ ถ้าเมล็ดมีลักษณะแหลมเรียกว่า ข้าวโพดข้าว (Rice Corn) ถ้าเมล็ดกลม เรียกว่า ข้าวโพดไข่มุก (Pearl Corn)

4. ข้าวโพดแป้ง (Flour Corn) เมล็ดมีสีหลายชนิด เช่น ขาว (ขุ่น ๆ หรือปนเหลืองนิด ๆ) หรือสีน้ำเงินคล้ำ หรือมีทั้งสีขาวและสีน้ำเงินคล้ำในฝักเดียวกัน เนื่องจากกลายพันธุ์ พวกที่มีเมล็ดสีคล้ำและพวกกลายพันธุ์เรียกว่าข้าวโพดอินเดียนแดง (Squaw Corn) หรือเรียกได้อีกชื่อว่าข้าวโพดพันธุ์พื้นเมือง (Native Corn) พวกข้าวโพดสีคล้ำนี้จะมีไนอาซีน สูงกว่าข้าวโพดที่มีแป้งสีขาว

5. ข้าวโพดเทียน (Waxy Corn) เป็นข้าวโพดที่คนใช้รับประทาน จะมีแป้งที่มีลักษณะเฉพาะคือ นุ่มเหนียว เพราะในเนื้อแป้งจะประกอบด้วยแป้งพวกแอมมิโลเปคติน (Amylopectin) ส่วนข้าวโพดอื่น ๆ มีแป้งแอมมิโลส (Amylose) ประกอบอยู่ด้วย จึงทำให้แป้งค่อนข้างแข็ง

ข้าวโพดที่ใช้เลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยมีหลายพันธุ์ ที่นิยมปลูกในประเทศไทยได้แก่ พันธุ์กัวเตมาลา พียี 12 (Rep.1) กัวเตมาลา พีบี 12 (Rep.2) พีบี 5 ข้าวโพดเหนียว และโอเปค-2 มีเมล็ดตั้งแต่สีขาว สีเหลืองไปจนถึงสีแดง ขนาดของเมล็ดขึ้นอยู่กับพันธุ์ โดยทั่วไปจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ในช่วง 0.5-0.8 ซม. ก่อนนำมาเลี้ยงสัตว์จึงต้องบดก่อนเพื่อช่วยให้การย่อยและการผสมได้ผลดีขึ้น ที่บดแล้วจะมีขนาดประมาณ 1-8 มม.

การปลูกข้าวโพด
1. ฤดูปลูก
ข้าวโพดเป็นพืชไร่ที่ค่อนข้างทนทาน ปลูกง่าย  ในสภาพดินฟ้าอากาศของเมืองไทย ถ้ามีน้ำเพียงพอ  จะสามารถปลูกข้าวโพดได้ตลอดปี  การปลูกส่วนใหญ่อาศัยน้ำจากน้ำฝนธรรมชาติเพียงอย่างเดียว  ดังนั้น ฤดูปลูกข้าวโพดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับจำนวนน้ำฝนและการกระจายตัวของฝนในแต่ละ เดือนนั่นเอง ปกติเฉลี่ยโดยทั่ว ๆ  ไป ฝนจะเริ่มตกมากตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤศจิกายน  และระหว่างสิงหาคม-กันยายน เป็นช่วงที่ฝนตกชุกที่สุด พันธุ์ข้าวโพดที่นิยมปลูกกันอยู่ในปัจจุบันมีอายุปานกลาง  คือ ประมาณ ๑๑๐-๑๒๐ วัน  ดังนั้น จึงอาจเลือกปลูกข้าวโพดได้ตามความเหมาะสม  ถ้าปีใดมีฝนตกสม่ำเสมอแต่ต้นปี อาจปลูกข้าวโพดได้ ๒ ครั้ง คือ  ครั้งแรกปลูกในระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และครั้งที่สองปลูกระหว่างเดือนกรกฎาคม-กลางเดือนสิงหาคม พวกที่ปลูกต้นฤดูฝนโดยทั่ว ๆ ไป  มักได้ผลิตผลสูงกว่าพวกที่ปลูกปลายฤดูฝน  ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณน้ำฝนกำลังพอเหมาะและโรคแมลงรบกวนน้อย  แต่มีข้อยุ่งยากในการเก็บเกี่ยว ไม่สะดวกแก่การตากข้าวโพด  เนื่องจากฝนตกชุก

2. การเลือกและการเตรียมที่ปลูก
ที่ดินที่เหมาะในการปลูกข้าวโพดควร เป็นที่ดอน  มีการระบายน้ำได้ดี ถ้าเป็นที่ลุ่มควรยกร่องระบายน้ำ  อย่าให้น้ำขัง ข้าวโพดขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี มีความอุดมสมบูรณ์ของดินและปริมาณแร่ธาตุอาหารพืชสูงพอสมควร ดินมีความเป็นกรดเป็นด่างปานกลาง (pH ประมาณ ๕.๕-๘.๐) หรือค่อนข้างเป็นด่างเล็กน้อย นอกจากนี้ ข้าวโพดยังเป็นพืชที่ปลูกได้ดีบนพื้นที่ลาดเอียงหรือสูง ๆ ต่ำ ๆ  อีกด้วย

ก่อนปลูกข้าวโพดต้องมีการเตรียมดิน  เพื่อกำจัดวัชพืชและทำให้สมบัติทางกายภาพของดินดี มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก นอกจากนั้นการเตรียมดินยังทำให้ดินเก็บความชื้นได้ดีอีกด้วย

การเตรียมดินครั้งแรก ควรเริ่มทันทีหลังจากการเก็บเกี่ยวแล้ว  โดยการไถกลบต้นตอซังของข้าวโพดให้เน่าเปื่อยเป็นปุ๋ยในดินต่อไป  การเตรียมดินจะต้องทำอีกครั้งหนึ่ง ตอนใกล้จะปลูกข้าวโพดในฤดูต่อไป  การไถควรทำหลังจากฝนตกแล้วประมาณ ๑-๒ ครั้ง ควรไถดะและไถแปรอย่างละ ๑  ครั้ง  และไถลึกประมาณ  ๑๕ เซนติเมตร ไม่ควรเตรียมดินในขณะที่ดินเปียกเกินไป  จะทำให้ดินเกิดการอัดตัว  ไม่เหมาะแก่การแผ่กระจายของรากข้าวโพด ในที่ลาดเอียงมากควรไถครั้งสุดท้ายตามขวางกับแนวลาดเอียง เพื่อป้องกันการชะล้างพื้นผิวดิน

เครื่องมือที่ใช้ในการเตรียมดินมีหลาย ชนิด  เช่น  ไถพื้นเมืองที่ใช้ลากด้วยแรงสัตว์ และแทรกเตอร์ไถที่เดินด้วยเครื่องยนต์  ปัจจุบันนิยมใช้แทรกเตอร์กันแพร่หลาย เพราะสะดวกและรวดเร็ว ไถได้ลึกและกลบส่วนต่าง ๆ ของพืชได้ดีกว่าไถลากด้วยแรงสัตว์ อย่างไรก็ตาม ที่ดินที่จะใช้แทรกเตอร์นั้น ต้องถางและปรับที่ให้มีตอน้อยที่สุด จึงจะไถได้สะดวก

3. วิธีปลูก
การปลูกข้าวโพดควรปลูกเป็นแถว ทั้งนี้เพื่อสะดวกแก่การปฏิบัติรักษา เช่น การไถพรวน  ระยะระหว่างแถวประมาณ ๗๕-๑๐๐ เซนติเมตร ระยะระหว่างหลุมประมาณ ๒๕ เซนติเมตร หยอดเมล็ดข้าวโพดลงไปในหลุมซึ่งลึกประมาณ ๕ เซนติเมตร จำนวน  ๒-๓ เมล็ด เพื่อกันเมล็ดไม่งอก เมื่องอกแล้วควรถอนให้เหลือหลุมละต้น ถ้าปลูกโดยวิธีนี้จะได้จำนวนต้นข้าวโพดประมาณ ๖,๐๐๐-๘,๐๐๐ ต้น/ไร่ อย่างไรก็ตาม  ระยะระหว่างหลุมอาจเปลี่ยนแปลงได้ อาจเป็น ๕๐  เซนติเมตรก็ได้ โดยเพิ่มเป็น ๒ ต้น/หลุม ซึ่งโดยทั่ว ๆ  ไปแล้ว ชาวไร่ไม่นิยมการถอนแยก เพราะสิ้นเปลืองแรงงานค่าใช้จ่ายมาก เวลาปลูกจึงหยอด ๒-๓ เมล็ด  ลงไปในหลุม และไม่ถอนแยกเลยตลอดฤดูการปลูก  

การจะปลูกถี่หรือห่างเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพของดิน ถ้าเป็นที่ดินป่าเปิดใหม่มีอินทรียวัตถุสูง  ควรปลูกให้ถี่ขึ้น อาจปลูกได้ถึงไร่ละ ๑๒,๐๐๐ ต้น  ดังนั้น  อัตราปลูกหรือระยะปลูกจึงต้องปรับให้เหมาะสมกับสภาพท้องที่เฉพาะแห่ง

วิธีการหยอดเมล็ดอาจทำได้หลายวิธี  เช่น ใช้ไม้สักให้เป็นหลุมแล้วหยอดเมล็ดตาม ใช้จอบขุดแล้วหยอดเมล็ดตามรอยขุด หรือใช้เครื่องมือทุ่นแรง ก่อนปลูกควรทดสอบความงอกของเมล็ดพันธุ์เสียก่อน  ถ้าอัตราความงอกต่ำควรหยอดเมล็ดเผื่อไว้ให้เพียงพอ  เช่น  ถ้าความงอกมีเพียงร้อยละ ๘๐ จะปลูกหลุมละ ๒ ต้น  ก็ควรหยอดไว้หลุมละ ๓-๔ เมล็ด

ประโยชน์ในด้านอื่นๆ
ข้าวโพดสามารถส่งเสริมการย่อยสลายพีเอเอชที่ปนเปื้อนในดิน เช่น ฟีแนนทรีน ไพรีนได้ โดยย่อยสลายได้ 90 % ที่ความเข้มข้นเริ่มต้น 100 mg/kg [1] และทนทานต่อดินที่ปนเปื้อนน้ำมันเครื่อง [2]จึงมีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ฟื้นฟูดินที่ปนเปื้อนพีเอเอชและปิโตรเลียม

 

 

 

ตลาดข้าวโพด

 

1. ตลาดส่งออก 

 

 

 

IMPORTED MAIZE 2006

IMPORTED MAIZE 2005

IMPORTED MAIZE 2004

IMPORTED MAIZE 2003

IMPORTED MAIZE 2002

IMPORTED MAIZE 2001

IMPORTED MAIZE 2000

 

สถิติการนำเข้า ส่งออก ข้าวโพดหวาน

2006 / 2005 / 2004 / 2003 / 2002 / 2001 / 2000 / 1999 / 1998 / 1997 / 1966 / 1995 / 1994 / 1993

สถิติการนำเข้า ส่งออก ข้าวโพดอ่อน

2006 / 2005 / 2004 / 2003 / 2002 / 2001 / 2000 / 1999 / 1998 / 1997 / 1966 / 1995 / 1994 / 1993

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ปริมาณและมูลค่าการส่งออกรายเดือน

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2545 - 2551

ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

กรมการค้าต่างประเทศ

ปริมาณและมูลค่าที่ส่งออก รายประเทศตามใบรับรองมาตรฐานสินค้า เดือนกรกฎาคม 2551

 

2. ตลาดภายในประเทศ

 

 

ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2542-2548

 

 

ราคาสินค้าเกษตรประจำวัน

ปริมาณและมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรรายเดือน

ราคาสินค้าเกษตร ณ ตลาดไท

ราคาสินค้าเกษตร ณ ตลาดสี่มุมเมือง

 

3. ความรู้เกี่ยวกับข้าวโพด

สรุปการประเมินผลผลิตเบื้องต้น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2547

 

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ประวัติ

ลักษณะทางพฤกษศทสตร์ และการแยกประเภทข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ข้อมูลเชิงพืนที่

การผลิตการตลาด

พันธุ์

การปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

 

การปลูกและการดูแลรักษา

การใช้ปุ๋ยกับข้าวโพด

การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกร

สารอะฟลาทอกซินในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และการป้องกัน

โรคข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

โรคราน้ำค้าง หรือโรคใบลาย

โรคใบไหม้แผลเล็ก

โรคใบไหม้แผลใหญ่

โรคใบจุดจากเชื้อเฮลมินโธสปอเรี่ยม

โรคราสนิม

โรคกาบ และใบไหม้

โรคใบจุด

โรคจุดสีน้ำตาล

โรคต้นเน่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

โรคต้นเน่าเกิดจากเชื้อฟิวซาเรี่ยม

โรคต้นเน่าเกิดจากเชื้อมาโครโฟมินา

โรคโคนเน่า

โรคฝัก ต้น และเมล็ดเน่าเกิดจากเชื้อดิโพลเดีย

โรคสมัท หรือราเขม่าสีดำ

โรคใบด่าง

โรคฝักเมล็ดเน่าจากเชื้อรา

โรคข้าวโพดจากการขาดความสมดุลย์ของธาตุอาหาร

แมลง & ศัตรูข้เาวโพดเลี้ยงสัตว์

หนอนเจาะลำต้นข้าวโพด

หนอนเกระทู้หอม

มอดดิน

เพลี้ยอ่อนข้าวโพด

เพลี้ยไฟ

ด้วงกุหลาบ

 

หนอนกระทู้ข้าวโพด

หนอนเจาะฝักข้าวโพด

หนู

มาตรฐานสินค้า

เครื่องจักรกลการเกษตร

การแปรรูปผและการใช้ประโยชน์

เงื่อนไขการส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ข้าวโพดฝักสด

ประวัติ

การผลิตการตลาด

เนื้อที่ ผลผลิต ผลผลิตต่อไร่ ราคาและมูลค่าของผลผลิตตามราคาที่เกษตรกรขายได้ ปี 2543-2547 (ส.ศก.)

ปริมาณและมูลค่าส่ออกข้าวโพดหวานรายประเทศ 2548 (กรมศุลกากร)

ปริมาณและมูลค่าส่ออกข้าวโพดอ่อนกระป๋องรายประเทศ 2548 (กรมศุลกากร)

ปริมาณและมูลค่าส่ออกข้าวโพดอ่อนรายประเทศ 2548 (กรมศุลกากร)

ความสำคัญ สถานการณ์การผลิต แหล่งปลูกและการตลาด

ส่วนประกอบและคุณค่าทางอาหารของข้าวโพดฝักสด

พันธุ์

พันธุข้าวโพดฝักสด เมื่อแบ่งโดยวิธีการผลิตเมล็ดพันธุ์

ชนิดของข้าวโพดหวาน จำแนกตามพันธุกรรม (gene) ที่ควบคุม

พันธุ์ข้าวโพดหวาน

พันธุ์ข้าวโพดฝักอ่อน

การปลูกและการดูแลรักษาข้าวโพดฝักสด

การจัดการดินและปุ๋ยสำหรับข้าวโพดฝักสด

โรคข้าวโพดฝักสด

โรคใบไหม้แผลเล็ก

โรคใบไหม้แผลใหญ่

โรคใบจุดจากเชื้อเฮลมินโธสปอเรี่ยม

โรคราสนิม

โรคกาบ และใบไหม้

โรคใบจุด

โรคจุดสีน้ำตาล

โรคต้นเน่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

โรคต้นเน่าเกิดจากเชื้อฟิวซาเรี่ยม

โรคต้นเน่าเกิดจากเชื้อมาโครโฟมินา

โรคโคนเน่า

โรคฝัก ต้น และเมล็ดเน่าเกิดจากเชื้อดิโพลเดีย

โรคสมัท หรือราเขม่าสีดำ

โรคใบด่าง

โรคฝักเมล็ดเน่าจากเชื้อรา

โรคข้าวโพดจากการขาดความสมดุลย์ของธาตุอาหาร

แมลงศัตรูข้าวโพดฝักสด

หนอนเจาะลำต้นข้าวโพด

หนอนเกระทู้หอม

มอดดิน

เพลี้ยอ่อนข้าวโพด

เพลี้ยไฟ

ด้วงกุหลาบ

 

หนอนกระทู้ข้าวโพด

หนอนเจาะฝักข้าวโพด

หนู

วัชพืชในแปลงข้าวโพดฝักสด

การผลิตและการขยายพันธุ์ข้าวโพดฝักสด

การแปรรูปจากข้าวโพดฝักสด

มาตรฐานสินค้า

เงื่อนไขการส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวโพดฝักสด

การขอใบรับรองปลอดศัตรูพืช ( Phytosanitary Certificate )

การขอหนังสือรับรองคุณภาพสินค้าส่งอก ( Health Certifacate )

การขอใบรับรองสินค้าพืชที่ไม่ได้รับการตัดต่อสารพันธุกรรม

การตรวจวิเคคาะห์ปริมาณสารพิษตกค้างก่อนการส่งออก

สิ่งตีพิมพ์

4. พันธุ์ข้าวโพด

 

ข้าวโพดเทียนพันธุ์สุโขทัย 1

 

5. มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร

มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร

 

 

6. งานวิจัย

ข้าวโพด

7. งานวิเคราะห์

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ถาวะเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2549 และแนวโน้มปี 2550

8. ข้อมูลการเกษตร

 

นโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไทย ปี 2549

นโยบายและมาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2547

 

สถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2546/47

สถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว ์ ไทย ปี 2549

สถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว ์ โลก ปี 2549

สถานการณและนโยบาย์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว ์ ไทย ปี 2548

สถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว ์ โลก ปี 2548

สรุปรายงานการสำรวจพื้นที่เพาะปลูกข้ าวโพดเลี้ยงสัตว ์ ปีการผลิต 2547/2548

ปริมาณนำเข้าและส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2542/2548

ประเด็นเทคโนโลยีที่ควรถ่ายทอด

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ / ข้าวโพดฝักอ่อน / ข้าวโพดข้าวเหนียว / ข้าวโพดหวาน

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ผลพยากรณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2547

ผลพยากรณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2551

กันยายน 2551 / ตาราง

กรมการค้าต่างประเทศ

สถานการณ์ข้าวโพด ประจำเดือนมกราคม 2550

สถานการณ์ข้าวโพด ประจำเดือนสิงหาคม 2551

 

9. แผนที่

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

แสดงพื้นที่เพาะปลูก ปี 2547

แผนที่ทางภูมิศาสตร์

ปริมาณน้ำฝน / การชลประทาน / การคมนาคม / ลุ่มน้ำ

แผนที่ทางกายภาพ

แสดงเส้นทางคมนาคม 

แผนที่แสดงปริมาณน้ำฝน เฉลี่ย 39 ปี ของประเทศไทย

แผนที่จำแนกเขตการใช้ประโยชน์ทรัพยากรและที่ดินป่าไม้ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

แผนที่แสดงความสูงของพื้นที่

แผนที่แสดงพื้นที่เขตชลประทาน

แผนที่การใช้ที่ดินของประเทศไทย ปี 2537 จากข้อมูลดาวเทียม LANDSAT

แผนที่ลุ่มน้ำหลักในประเทศไทย

แผนที่แสดงชุดดินในประเทศไทย

แผนที่แสดงเขตการปกครองประเทศไทย

 

10. ประโยชน์

 

replica watches uk



พืชไร่

พืชไร่เป็นไม้ประเภทไม้ล้มลุกและไม้ทนแล้ง ต้องการน้ำน้อย มีอายุการปลูกและการเก็บเกี่ยวไม่นาน และเมื่อให้ผลผลิตแล้วลำต้นก็จะตาย พืชไร่ถือเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรของประเทศไทย พืชไร่ที่จัดเป็นพืชเศรษฐกิจนำรายได้มาสู่ประเทศไทยอย่างมาก เช่น อ้อย เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำตาลทราย ข้าวโพด เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์ มันสำปะหลัง เป็นวัตถุดิบในการผลิตแป้งและอาหารสัตว์ เป็นต้น